WELCOME TO OUR COUNTRY-CAMBODIA
Great Vacations and Popular Gateway

ทริป 5 วัน พนมเปญ ARRIVAL - City Tour

วันที่ 01: พนมเปญ ARRIVAL - City Tour (D)

8:00น. : พบคุณที่สนามบินแล้วพาไปโรงแรมสำหรับเช็คอินก่อนที่จะเดินทางเที่ยวช่วงบ่าย:
PM : เริ่มต้นด้วยการ  Tuol Slengหรือ S21 เป็นโรงเรียนในใจกลางของกรุงพนมเปญซึ่งมีการใช้ในภายหลังโดย Pol Pot ของเขมรแดงเป็นที่ฆ่าทุกคนที่ต้องสงสัยว่าทรยศหรือไม่สอดคล้องกับ อุดมการณ์ของพวกเขา อุปกรณ์การทำทรมานและภาพถ่ายที่ถูกนำมาใช้จะยังคงอยู่ในวันนี้
เราไปตลาดรัสเซีย , ชื่อหลังจากที่อิทธิพลของรัสเซียในช่วงปี 1980, กับการเลือกไม่มีที่สิ้นสุดของสินค้าแบบดั้งเดิมและทันสมัย
อาหารค่ำที่ร้านอาหารท้องถิ่น พักค้างคืนในกรุงพนมเปญ

วันที่ 02: พนมเปญ - เสียมราฐ (B)

8:00 หลังอาหารเช้าแวะไปที่เดอะรอยัลพาเลส Royal Palace ถูกสร้างขึ้นใน คศ19สำหรับกษัตริย์แห่งกัมพูชาตั้งแต่ 1866 พระราชวังเป็นพินัยกรรมที่เขมรมีความชำนาญและความงามทางสถาปัตยกรรมเพื่อให้แพร่หลายในอนุเสาวรีย์และศาสนาภายในพระบรมมหาราชวังเป็นพระเจดีย์เงิน,ที่วัดปราสาทเกาะรอยัลวัดตั้งอยู่ที่อยู่อาศัยของกัมพูชาที่เคารพมากที่สุดสมบัติของชาติเช่น ทองพระพุทธรูป, และแม้แต่อย่างใดอย่างหนึ่งพระพุทธรูปที่ตกแต่งด้วย เพชร 9,584 เจียมเนื้อเจียมตัว จากนั้นเดินทางไปยังสนามบินหรือสถานีรถบัส เพื่อไปที่เมืองเสียม

วันที่ 03:

หลังอาหารมื้อเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมแล้วพาท่านเดินทางสู่ ปราสาทบันทายศรี ระยะทางหางออกจากเมืองเสียมเรียบประมา 37 กม. สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายให้กับพระอิศวรภายในพระนามว่า ตรีภูวนมเหศวร หรือ พระอีศวรผู้เป็นใหญ่แห่งโลกทั้งสาม เป็นปราสาทมีขนาดเล็ก สร้างด้วยหินทรายสีชมพู สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1510 โดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ เป็นราชครูของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 และพระโอรสของพระองค์ พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 พ.ศ 1511-1554.. บันทายศรีได้ชายาว่าเป็นรัตนชาติแห่งศิลปะกัมพูชาเพราะความสวยงามและฝีมือ แกะสลักนี้เอง.. นอกจากความงดงามในฝีมือการสลักแล้วยังมีคุณค่าเกี่ยวกับมนุษย์อย่างลึกซึ้ง อันเห็นได้จากความรู้สึกที่แสดงออกมาจากภาพเหล่านั้น.. หลังชมความสวยงามของปราสาทหินศรีชมพูนี้แล้วพาท่านเดินทางกลับโดยแวะซื้อ น้ำตาลปึก เครื่องจักสาร.. ซึ่งชาวบ้านวางขายอยู่ริมถนนเหมือนกับสินค้าโอท็อป..หลังอาหารมื้อเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมแล้วพาท่านเดินทางสู่ ปราสาทบันทายศรี ระยะทางหางออกจากเมืองเสียมเรียบประมา 37 กม. สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายให้กับพระอิศวรภายในพระนามว่า ตรีภูวนมเหศวร หรือ พระอีศวรผู้เป็นใหญ่แห่งโลกทั้งสาม เป็นปราสาทมีขนาดเล็ก สร้างด้วยหินทรายสีชมพู สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1510 โดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ เป็นราชครูของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 และพระโอรสของพระองค์ พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 พ.ศ 1511-1554.. บันทายศรีได้ชายาว่าเป็นรัตนชาติแห่งศิลปะกัมพูชาเพราะความสวยงามและฝีมือ แกะสลักนี้เอง.. นอกจากความงดงามในฝีมือการสลักแล้วยังมีคุณค่าเกี่ยวกับมนุษย์อย่างลึกซึ้ง อันเห็นได้จากความรู้สึกที่แสดงออกมาจากภาพเหล่านั้น.. หลังชมความสวยงามของปราสาทหินศรีชมพูนี้แล้วพาท่านเดินทางกลับโดยแวะซื้อ น้ำตาลปึก เครื่องจักสาร.. ซึ่งชาวบ้านวางขายอยู่ริมถนนเหมือนกับสินค้าโอท็อป..หลังอาหารมื้อกลางวันพาท่านชมเมือง นครธม เป็นเมืองหลวงโบราณของอาณาจักรเขมรสมัยโบราณ ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 12 ในยุคสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หลังจากพระองค์ขับไล่กองทัพที่เป็นศัตรูซึ่งก่อนหน้านั้นเคยยึดครองเมืองพระ นครมา 4 ปี ก็คือ “จาม”.. เมื่อเข้าในบริเวณนครธมโดยผ่านประตู้ชัยท่านสามารถมองเห็นสนามหลวง ลานช้าง ล้านพระเจ้าขี้เรื้อน และ ปราสาทนางสิบสอบซึ่งอยู่ใกล้พระราชวังหลวงของสมัยโบราณอีกด้วย.. เมื่อถึงใจกลางของเมืองนครธมนำท่านชม ปราสาทบายอน เป็นปราสาทสำคัญแห่งหนึ่งของอาณาจักรเขมรสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 12 เพื่อเป็นศาสนสถานของพุทธศาสนานิกายมหายาน และเป็นศาสนสถานประจำรัชกาลของพระองค์.. บายอนตั้งอยู่ตรงกลางของเมืองนครธม ปรางค์ทุกองค์ถูกแกะสลักเป็นหน้าพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จำนวนกว่าสองร้อยหน้าซึ่งมีรอยยิ้มแตกต่างกัน ชาวฝรั่งตั้งชายาให้ว่าเป็น “แดนแห่งรอยยิ้ม”.. ถ่ายรูปสะพานนาราชที่ประตูใต้ของเมืองนครธม ที่นี้มีรูปปั้นของเทพและอสูรฉุดพญานาคที่จำลองจากนิยายเรื่องการกวนเกษียร สมุทรในของศาสนาฮินดู…


วันที่ 04:

หลังชมศิลปะอันสวยงามของบายอนแล้วนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทนครวัด ซึ่งเป็นศาสนสถานตั้งอยู่ในเมืองพระนครห่างจากเมืองนครหลวงเพียงแค่ ๑.๕ กม. นครวัดสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้น คริสต์ศตวรรษที่ 12 (ค.ศ 1113-1150) เพื่ออุทิศถวายแด่พระวิษณุก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นศาสนาพุทธ.. นครวัดเชื่อว่าเป็นศาสนสถานของศาสนาฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยเราสามารถพบเห็นรูปปราสาทนครวัดที่ปรากฏในธงชาติของกัมพูชาหลายยุคหลาย สมัย.. นำท่านถ่ายภาพสลักนางอัปสร “นางฟ้า” ยิ้มเห็นฟัน “1800 องค์ในบริเวณปราสาทนครวัดมีเพียงองค์เดี่ยว” เสร็จแล้วนำท่านถ่ายภาพนครวัดมุมที่สามารถมองเห็นปรางค์ชั้นสามของนครวัด 5 ยอด และเงาปราสาทนครวัดสะท้อนในน้ำอีกด้วย หลังจากนั้นพาท่านชมความอลังการของนครวัดและถ่ายภาพนางอัปสรเซ็กซี่ที่สุด ที่นุ่งกางเกงขาสั้น.. บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารในเมืองเสียมเรียบและราตรีสวัสดิ์.. เสร็จแล้วพาท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักและราตรีสวัสดิ์

วันที่ 05: พนมกุเลน - ทะเลสาบ

เช้า:

หลังอาหารมื้อเช้าในห้องอาหารของโรงแรมแล้ว พาท่านเดินทางสู่เขาพนมกุเลน “เขาลิ้นจี่” บนเทือกเขาพนมกุเลนเป็นต้นน้ำลำธารที่ไหลผ่านรูปสลักซึ่งเชื่อว่าเป็นแม่น้ำ ที่ศักดิ์สิทธิ ซึ่งใช้ในการพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒสัจติยาและพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของ “พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดมสีหมุนี” พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักกัมพูชาอีกด้วย ชื่อที่ปรากฏในศิลาจารึกคือ “มเหนทรบรรพต” หมายความว่าเป็นภูเขาที่ปกครองโดยพระศิวะ พนมกุเลนเป็นเทือกเขายาวประมาณ 60 ก.ม สูงประมาณ 317 เมตร มียอดร่วมทั้งหมดเป็น 109 ซึ่งสอดคล้องกับเขาพระสุเมรุที่ประเทศอินเดียและยอดที่สูงที่สุดแทนให้เขา ไกรลาสเป็นที่อยู่ของทวยเทพต่าง ๆ และเป็นที่สถาปนาของพระศิวะกับพระนางอุมาหรือเป็นสัญลักษณ์ของเขาหิมาลัย ที่มีแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลลงมาจากธารสวรรค์ เมื่อตอนต้นของศตวรรษที่ 9 พ.ศ 802 พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ได้สถาปนาศูนย์กลางเมืองหลวงขึ้นบนภูเขาแห่งนี้ และสถาปนาลัทธิเทวราชาขึ้นเพื่อประกาศอิสระภาพจากอำนาจของชวา .. เมื่อถึงภูเขาพนมกุเลนแล้วพาท่านชม วัดพระองค์ธม ห่างจากน้ำตกไม่ไกลนัก พระพุทธรูปองค์นี้เดิมทีเป็นก้อนหินขนาดใหญ่และถูกแกะสลักเป็นพระพุทธรูปปาง ไสยาสน์ขึ้นโดยฐานยังเป็นก้อนหินอยู่ การขึ้นไปชมนั้นต้องปีนบันไดสูงสิบกว่าเมตรไปยังโบสถ์ลอยฟ้าที่สร้างขึ้นไว้ คลุมองค์พระและยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามและราวป่าเขียวชอุ่ม พระพุทธรูปนี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1701 ในรัชสมัยพระเจ้าศรีสุคฯธบุตรและพระเจ้าองค์จันทร์ที่ 1 หลังชมโบสถ์ลอยฟ้านำท่าน ชมเทวาลัยใต้น้ำ เชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของสรรพชีวิต ซึ่งมีศิวลึงค์นั้นก็คืออวัยวะเพศชายแทนให้พระศิวะ และฐานโยนีที่ล้อมรอบศิวลึงค์ก็คืออวัยวะเพศของเพศหญิง ชาวฮินดูเชื่อว่าตราบใดที่อวัยวะทั้งสองยังอยู่ด้วยกัน ตราบนั้นโลกจะอยู่เย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรืองสำหรับการบูชาศิวลึงค์นั้น พราหมณ์จะเป็นผู้นำน้ำมาราดบนศิวลึงค์และน้ำที่รดนั้นจะไหลออกไปที่ช่องโยนี ลงไปที่ท่อโสมสูตร ผู้คนที่มารองรับน้ำนี้ไปกินเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์หรือน้ำมนต์ ซึ่งสามารถรักษาโรคภัยได้ หลังจากชมความมหัศจรรย์ ของศิวลึงค์พันองค์แล้วพาท่านชมน้ำตกที่สวยงามซึ่งมีถึงสองชั้นด้วยกัน ชั้นแรกเป็นน้ำตกชั้นเล็กๆดูสวยงามน้ำไหลลงเป็นม่านท่ามกลางราวไพรที่โอบ ล้อมส่วนอีกชั้นเป็นนำตกสู่งๆหน่อยมีทางเดินเลาะลงไปเล็กน้อยจะพบชั้นน้ำตก สถานที่นี้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเขมรและชาวต่างชาติที่มาเที่ยวสถาน ที่แห่งนี้ พร้อมกับรับประทานอาหารมื้อกลางวันแบบปิกนิกใกล้น้ำตก..

จาก นั้นพาท่านกลับ เมืองเสียมเรียบและเดินทางสู่โตนเลสาบ “แม่น้ำจืด” ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บริเวณตรงกลางของประเทศกัมพูชามีพื้นที่ประมาณ 15,000 ตารางกิโลเมตร ความลึกโดยเฉลี่ย อยู่ที่ 10 เมตรในช่วงหน้าฝน ทะเลสาบเขมรเกิดจากแม่น้ำโขงซึ่งแม่น้ำโขงไหลผ่านประเทศต่างๆ มีความยาวถึง 4880 กิโลเมตรจากภูเขาหิมาลัย แม่น้ำจืดครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัดของกัมพูชาได้แก่ จ. กัมปงธม จ.กัมปงชนัง จ. โพธิสัตว์ จ. พระตะบอง จ. เสียมเรียบ และบันทายมีชัย เป็นทะเลสาบที่มีปลาน้ำจืดชุกชุมประมาณกว่า 500 ชนิด จึงมีชาวกัมพูชาเป็นจำนวนมากที่ประกอบอาชีพประมงในบริเวณทะเลสาบแห่งนี้..

พาท่านล่องเรือชมวิธีชีวิตของชาวประมงที่อาศัยอยู่ในบ้านแพที่ถูกย้ายไปมา ตามฤดูกาลหรือตามระดับน้ำขึ้นลงซึ่งเรียบว่าหมู่บ้านลอยน้ำ “Floating Village”... บริการอาหารมื้อค่ำวัน ณ ภัตตาคารในเมืองเสียมเรียบและราตรีสวัสดิ์.. เสร็จแล้วพาท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักและราตรีสวัสดิ์

  • ติดต่อจองทัวร์กับมืออาชีพใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที จ้า
  • LineID: grandavatan
  • info@grandavatan.com
 

แพคเกจทัวร์ที่เกี่ยวข้อง

Cambodia Travel Agent